Saturday, March 31, 2012

มาอัพเกรด iPhone , iPod touch และ iPad เป็น iOS5 กันดีกว่า


หลังจากที่ทาง Apple ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์ iOS5 แล้วเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้วนั้น เชื่อว่าหลายๆคน ที่เป็นสาวก Apple อย่างแฟนพันธุ์แท้ที่รู้ขั้นตอนอัพเกรดเป็นก็จะรู้วิธีการทำอย่างดี แต่เชื่อว่ามีผู้ใช้ iPhone , iPod touch และ iPad ระดับมือใหม่หลายท่าน ยังไม่ทราบขั้นตอนการอัพเกรด หรืออัพเกรดไม่เป็น ไม่กล้าเสี่ยงอัพเกรดกลัวพัง  ดังนั้นวันนี้จึงนำเสนอวิธีการอัพเกรดเป็น iOS5 กันแบบละเอียดทีละขั้นตอนเลยทีเดียว

ก่อนที่จะนำเสนอนั้น  ทีมงานได้ลองเสี่ยงอัพเกรดกันก่อนมาบอกในบทความนี้  เพราะเป็นมือใหม่มากที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Apple นี้เป็นตัวแรก ซึ่งในตัวอย่างนี้จะเป็นการอัพเกรด iPad2 จากเดิมมาพร้อมกับ iOS4.3 มาเป็น iOS5 การอัพเกรดเฟิร์มแวร์นี้ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง และทราบจาก twitter ที่เป็นผู้ใช้ iOS ที่ร่วมอัพเกรดมารายงานตอบกลับมาหาเรา ว่าพบบางขั้นตอนก็มีปัญหาด้วย ดังนั้นวันนี้จะบอกวิธีการอัพเกรดเป็น iOS5 พร้อมข้อมูลข้อควรระวังต่างๆ เพื่อไม่ให้ผิดพลาด พร้อมกับการอัพเกรดเป็น iOS5 ที่สมบูรณ์พร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆที่จะตามมาด้วย แต่ถ้าหากมีปัญหาก็สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ iStudio เพื่อทำการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ให้ได้

คำเตือนก่อนอัพเดทเฟิร์มแวร์เป็น iOS5 ควรฝากไฟล์เอกสารต่างๆจากเครื่อง iOS ของคุณลงคอม หรือฝากผ่าน Dropbox ไว้เพราะขั้นตอนอัพเฟริมแวร์นี้จะเหมือนการรีเซทเครื่องใหม่หมด แอพที่คุณโหลดก็อาจหายได้ (แต่แอพที่ซื้อมาแล้ว สามารถโหลดใหม่ได้ฟรี ไม่ต้องเสียเงินอีกรอบ)

สำหรับอุปกรณ์ที่จะใช้ในการอัพเดทมีดังนี้

  • อุปกรณ์ iOS ที่ต้องการอัพเกรดเป็น iOS5 ได้  ได้แก่ iPhone 3GS, iPhone 4 , iPad, iPad 2 , iPod touch (3rd generation), iPod touch (4th generation)

  • สายเชื่อม usb ที่เชื่อมระหว่างอุปกรณ์  iOS กับ คอมพิวเตอร์ หรือ Notebook
  • คอมพิวเตอร์ หรือ Notebook ระบบปฏิบัติการ Windows xp , Windows 7 , Mac OSX  ที่ลงโปรแกรม iTunes 10.5
  • อินเตอร์เน็ต (สาย Lan , Wifi ,3G) ให้กับคอมพิวเตอร์ หรือ Notebook

ขั้นตอนการอัพเดท iOS5


หากไม่มีโปรแกรม iTunes หรือ มี iTunes เวอร์ชั่นต่ำกว่า 10.5 ให้ทำการอัพเดท หรือดาวน์โหลดโปรแกรม iTunes 10.5 จากเว็บไซต์ http://www.apple.com/itunes/ ก่อนแล้วทำการ Install ติดตั้งลงคอมพิวเตอร์ หรือ Notebook ให้เรียบร้อย หากได้ติดตั้ง itunes 10.5 แล้วให้ทำตามขั้นตอนต่อไป

ให้ทำการเสียบสาย usb ที่มากับ อุปกรณ์ iOS ต่าง (iPhone , iPad , iPod Touch) เชื่อมกับคอมพิวเตอร์หรือ Notebook ที่ลงโปรแกรม iTunes10.5 ให้เรียบร้อย และทำการเปิดอินเตอร์เน็ตให้กับคอมพิวเตอร์หรือ Notebook ของคุณด้วย

เข้าสู่โปรแกรม iTunes 10.5 แล้วทำการคลิก Update จะปรากฏหน้าต่างอันใหม่ เลือก Continue เพื่อตรวจสอบเวอร์ชั่นล่าสุด ก็คือ iOS5 นั่นเอง

ก็จะพบหน้าต่างว่า ล่าสุด Apple ได้ปล่อย iOS5.0 ก็คลิกตอบ Update เพื่อเริ่มทำการดาวน์โหลด เฟิร์มแวร์iOS5 จากทางอินเตอร์เน็ต

ก็จะปรากฏหน้าต่างข้อตกลงต่างๆ จากทาง Apple (แม้จะยาวหน่อยแต่ลองอ่านก็ดีเพราะสำคัญ)  แล้วคลิก NEXT


คลิก คลิก Agree เพื่อยินยอมสัญญา โปรแกรมจะเริ่มทำการดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ iOS5

โปรแกรมจะเริ่มทำการดาวน์โหลด ใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง โดยในตัวอย่างที่เห็นนี้จะเป็นการอัพเดทเฟิร์มแวร์สำหรับ iPad 2 รุ่น Wi-Fi

เมื่อทำการดาวน์โหลดเสร็จ ก็จะเริ่มทำการ Backup สำรองข้อมูลจาก iPad2  (หรืออุปกรณ์ iOSอื่นที่กำลังอัพเดทเฟิร์มแวร์ ) เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ  Notebook ของเรา แล้วก็รอกันสักครู่ ระหว่างนั้น iPad จะรีสตาร์ทและพร้อมสำหรับอัพเดทเฟิร์มแวร์โดยอัตโนมัติ รอไปเรื่อยๆ เพราะ iTunes จะติดตั้งเฟิร์มแวร์ลงใน เจ้าอุปกรณ์ iOS ของคุณเอง


เมื่อติดตั้งเฟิร์มแวร์เสร็จเครื่อง iPad หรือ อุปกรณ์ iOS อื่นๆก็จะปรากฏจอดังรูป ตามอุปกรณ์ iOS ที่คุณครองอยู่ ให้ทำการเลื่อยสไลด์ลูกศรด้านล่างนี้เพื่อเปิดเข้าสู่หน้าจอการตั้งค่าต่างๆ ของอุปกรณ์

หลังจากสไลด์ลูกศรด้านล่างเปิดจอ บนเครื่อง iPad , iPhone  , iPod Touch แล้ว ระหว่างนั้นเอง คอมพิวเตอร์ก็จะเริ่มทำการ Restore ไฟล์ Backup ที่ เจ้าอุปกรณ์ iOS ได้ฝากไว้กับคอมพิวเตอร์ ได้ทำการย้ายคืนกลับให้กับอุปกรณ์ iOS ตามเดิม ทั้งตัวไฟล์สำคัญ และแอพพลิเคชั่นบน iOS ที่คุณเคยติดตั้ง หากคุณติดตั้งแอพเยอะก็ใช้เวลานานหน่อย


หน้าจอแรกเริ่มการตั้งค่าเครื่อง iOS (ในภาพนี้เป็นการตั้งค่า iPad แต่ทุกอุปกรณ์ iOS ขั้นตอนการตั้งค่าเหมือนกันหมด ) ให้คุณแตะที่  “ ทำต่อ”



หน้านี้จะเป็นหน้าเปิด Location Based (หรือบางคนก็เรียกว่า LBS หรือบ้างก็ GPS ) เพื่อแชร์บอกตำแหน่งพิกัดของโลก หากคุณยินดีเปิด LBS ก็เลือก “เปิดใช้บริการหาที่ตั้ง” หากไม่อยากแชร์พิกัด ก็เลือก “ปิดใช้บริการหาแหล่งที่ตั้ง’ อันนี้แล้วแต่ผู้ใช้จะเลือก แล้วแตะปุ่ม “ถัดไป” ที่อยู่ด้านขวาบนของจอ


เลือกเครือข่าย Wi-Fi ที่คุณใช้งานอยู่แล้ว แตะปุ่ม”ถัดไป” ที่อยู่ด้านขวาบนของจอ


แล้วลงชื่อ Apple ID ของคุณที่ใช้กับอุปกรณ์ตัวนี้



กรอกอีเมลล์ Apple ID ที่คุณได้ใช้กับอุปกรณ์ iOS ของคุณ


จะเข้าสู่หน้าสัญญาต่างๆจาก Apple อีกครั้งบนเครื่อง iOS ของคุณ ให้แตะที่ “ยินยอม”

ก็จะปรากฎหน้า Pop-Up เตือนอีกครั้ง ให้แตะที่ ยินยอม เพื่อดำเนินขั้นตอนต่อไป

ระบบจะใช้เวลาสัก 2-3 นาทีในการตั้งค่า รอสักครู่จะเข้าสู่หน้าจอถัดไป…

เข้า สู่การตั้งค่า ว่าจะใช้ iCloud หรือไม่ อันนี้แล้วแต่ผู้ใช้ ( แต่ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ iCloud เพราะมันเป็นบริการใหม่ที่มากับ iOS5)

หากตอบ
ใช้ iCloud จะถามว่ารวมเข้ากับ iCloud หรือไม่ ตอบว่า “รวมเข้าด้วยกัน”

แล้วจะเข้าสู่การตั้งค่า Find My iPad เครื่องจะถามว่าจะเปิดบริการค้นหา iPad ของฉัน ( Find My iPad หรือไม่) อันนี้แล้วแต่ แต่ถ้าหากหวง iPad  มากจริงๆ ควรตอบ ใช้ “ค้นหา iPad ของฉัน” (ความจริงแล้วแต่อุปกรณ์ เช่น iPhone , iPod Touch จะถามว่าจะเปิดบริการ Find My iPhone , iPod Touch หรือไม่)

สุดท้ายจะเป็นเรื่องรายงานเครื่องของเราว่า ต้องการส่งการวินิจฉัยและการใช้งานให้กับ Apple หรือไม่ อันนี้แล้วแต่ผู้ใช้ แต่ถ้าหากเลือก “ส่งอย่างอัตโนมัติ” ทันทีที่เครื่องเกิดปัญหาการใช้งาน จะมีการรายงานส่งปัญหานี้ให้ Apple อย่างอัตโนมัติ

แล้วมาถึงหน้าจอสุดท้ายในการตั้งค่า iOS  ก็แตะที่เริ่มการใช้งาน iPhone , iPad , iPod Touch

แค่นี้ก็จะเข้าสู่หน้าจอหลักที่คุณคุ้นเคย พร้อมกับแอพตัวใหม่ที่มากับ iOS5 อย่างเช่น ข้อความ (iMessage) ,  เตือนความจำ (Notification Center)  แผงหนังสือพิมพ์  (Newsstand) และความสามารถอื่นๆใหม่ๆอีกมากมายแล้ว

สำหรับผู้ที่มีปัญหาติดตั้งเฟิร์มแวร์แล้วแอพไม่ทำงาน

เชื่อว่ามีหลายท่านได้ทำตามขั้นตอนจน ติดตั้ง iOS5 เสร็จสมบูรณ์แต่เวลาดึงออกจากสายเชื่อมต่อมาใช้ลองเล่นแอพแล้วปรากฎว่าบาง ท่านพบปัญหา เลือกแอพแล้วแต่ไม่ทำงานเลย จะทำอย่างไรดี ให้ลองทำตามขั้นตอนนี้อีกครั้งดังนี้
1. ให้ทำการนำสาย usb เชื่อมระหว่างอุปกรณ์ iOS ของคุณ เชื่อมกับคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง แล้วเปิดโปรแกรมiTunes10.5 อีกครั้งหนึ่ง
2. เลื่อนเมาส์เลือกตรง Device เลือกตรงอุปกรณ์ iOS ของท่าน  คลิกขวาเลือก “Restore From Backup…”


3. เลือกชื่อ iOS ของคุณที่คุณตั้งชื่อไว้ แล้วเลือก Restore เพื่อทำการกู้คืนไฟล์และแอพ ฝากไว้ในเครื่องคอมของเรา ใส่ในอุปกรณ์  iOS อีกครั้ง แล้วทำการตั้งค่า ใหม่ตามขั้นตอนการตั้งค่าด้านบนอีกครั้งหนึ่ง
4. หลังทำการตั้งค่าเสร็จแล้ว ลองดึงสาย usb ออกแล้วทดสอบกับอุปกรณ์ iOS (iPhone , iPad  iPod touch) อีกครั้ง
ที่มา   http://www.it24hrs.com/

Friday, March 30, 2012



 Google Map ช่วยหลีกหนีรถติด



 การเดินทางทุกวันนี้โดยเฉพาะภายในเมืองเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เพราะแทบไม่สามารถคาดเดาเวลาที่ใช้ในการเดินทางได้เลย เนื่องจากสภาพการจราจรที่เป็นตัวแปรสำคัญ แต่ถ้ามีเครื่องมือดีๆ มาช่วยก็คงดีไม่น้อย

หลังจากที่ Google Maps มีการพัฒนาไปหลายๆ ส่วน โดยเฉพาะ Google StreetView ที่ช่วยให้สามารถสำรวจตามท้องถนนของกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และภูเก็ตของประเทศไทยจนสร้างสีสันรถ Google ตามท้องถนนกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด Google ได้เพิ่มส่วนของข้อมูลการจราจรแบบ Real Time เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบสภาพการจราจรในเส้นทางที่ต้องการเดินทางไปได้อีกด้วย
เรื่องข้อมูลสภาพการจราจรนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ Google ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำข้อมูลการจราจรภายในเขตกรุงเทพ โดยร่วมมือกับตำรวจจราจรที่มีการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้อยู่แล้ว ไปแสดงบนแผนที่ Google Maps เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถทราบถึงสภาพการจราจรว่ามีความหนาแน่นมากน้อยเพียงใด แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะมันเป็นเหมือนกับการซ้อน Layer ลงไปเท่านั้น
ล่าสุด Google Maps ได้เอาข้อมูลสภาพการจราจรเข้าไปในระบบด้วย ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่ม Layer การแสดงผลด้วยเส้นสีเขียน สีแดงเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเราในการประเมิณระยะเวลาในการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยนำสภาพการจราจรมาคำนวณร่วมด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ระยะทางอย่างเดียว
ความสามารถนี้เริ่มเปิดให้สามารถใช้งานได้แล้ว และในกรุงเทพเราก็สามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ใน Google Maps ได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นเส้นทางที่มีข้อมูลสภาพการจราจรเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นถนนเส้นหลักๆ ภายในตัวเมืองเท่านั้น ต่อไปนี้จะไปไหนก็สามารถกะระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น หรือจะใช้เพื่อวางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดมากๆได้


Rated 0/5 (0 Votes)

หลีกหนีรถติดง่ายๆ ด้วย Google Map

จำนวนผู้อ่าน 2,468 คน
โดย พี่แต๊ป COMTODAY - 30 มีนาคม 2555 เวลา 10:18 น.
[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] การเดินทางทุกวันนี้โดยเฉพาะภายในเมืองเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เพราะแทบไม่สามารถคาดเดาเวลาที่ใช้ในการเดินทางได้เลย เนื่องจากสภาพการจราจรที่เป็นตัวแปรสำคัญ แต่ถ้ามีเครื่องมือดีๆ มาช่วยก็คงดีไม่น้อย

หลังจากที่ Google Maps มีการพัฒนาไปหลายๆ ส่วน โดยเฉพาะ Google StreetView ที่ช่วยให้สามารถสำรวจตามท้องถนนของกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และภูเก็ตของประเทศไทยจนสร้างสีสันรถ Google ตามท้องถนนกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด Google ได้เพิ่มส่วนของข้อมูลการจราจรแบบ Real Time เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบสภาพการจราจรในเส้นทางที่ต้องการเดินทางไปได้อีกด้วย
เรื่องข้อมูลสภาพการจราจรนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ Google ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำข้อมูลการจราจรภายในเขตกรุงเทพ โดยร่วมมือกับตำรวจจราจรที่มีการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้อยู่แล้ว ไปแสดงบนแผนที่ Google Maps เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถทราบถึงสภาพการจราจรว่ามีความหนาแน่นมากน้อยเพียงใด แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะมันเป็นเหมือนกับการซ้อน Layer ลงไปเท่านั้น
ล่าสุด Google Maps ได้ผนวกเอาข้อมูลสภาพการจราจรเข้าไปในระบบด้วย ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่ม Layer การแสดงผลด้วยเส้นสีเขียน สีแดงเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเราในการประเมิณระยะเวลาในการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยนำสภาพการจราจรมาคำนวณร่วมด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ระยะทางอย่างเดียว
ความสามารถนี้เริ่มเปิดให้สามารถใช้งานได้แล้ว และในกรุงเทพเราก็สามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ใน Google Maps ได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นเส้นทางที่มีข้อมูลสภาพการจราจรเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นถนนเส้นหลักๆ ภายในตัวเมืองเท่านั้น ต่อไปนี้จะไปไหนก็สามารถกะระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น หรือจะใช้เพื่อวางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดมากๆ ก็ได้ครับ

Social Network ใหม่ Google ในจีเมล์


 กูเกิ้ล (Google) กำลังพยายามไล่ตามคู่แข่งอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ด้วยแผนการเปลี่ยนจีเมล์ (Gmail) ให้มีความเป็นเว็บโซเชียล (Social Network) มากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนอัพเดตสถานะกับเพื่อนๆ ตลอดจนแชร์ลิงค์ของคอนเท็นต์บนเว็บต่างๆ ซึ่งคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่าจีเมล์กำลังจะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับเฟซบุ๊กนั่นเอง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ The Wall Street Journal ระบุว่า ผู้ใช้จีเมล์จะสามารถเพิ่มโมดูลที่ทำให้สามารถแสดงสถานะอัพเดตจากรายชื่อผู้ติดต่อในกุเกิ้ล โดยมีรูปแบบของการปฏิสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกันกับเฟซบุ๊ก มายสเปซ (MySpace) ทวิตเตอร์ (Twitter) และยาฮู (Yahoo) ซึ่งการอัพเดตสถานะจะรวมถึงการแชร์คอนเท็นต์อย่างเช่น YouTube และ Picasa
สาเหตุที่กูเกิ้ลเพิ่มคุณสมบัติการทำงานแบบโซเชียลเข้าไปในบริการหลากหลายของตนก็เนื่องจากว่า รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ในเครือข่ายสังคมของเฟซบุ๊กเริ่มส่งผลกระทบต่ออณาจักรโฆษณาของกูเกิ้ล โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว กูเกิ้ลก็ได้แนะนำ Social Search experiment ที่ทำให้ผู้ใช้พบข้อความจากเพื่อนๆ บนเครือข่ายโซเชียลที่พูดถึงเรื่องที่เกียวข้องกับคีย์เวิร์ดในหน้าผลลัพธ์การค้นของกูเกิ้ล และเมื่อเดือนที่แล้ว กูเกิ้ลก็ได้ยกระดับจากบริการใน Google Labs ไปเป็นเวอร์ชันทดลองแล้ว นอกจากการเพิ่มคุณสมบัติการทำงานที่เกียวข้องกับโซเชียลในลักษณะดังกล่าวแล้ว เมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว กูเกิ้ลยังได้เพิ่มคุณสมบัติโซเชียลฯเข้่าไปในบริการ Reader เพื่อกระตุ้นให้เหล่าหนอนเข้าไปสร้างโพรไฟล์ในกูเกิ้ล เพื่อแชร์อีบุ๊กที่น่าสนใจ ส่วนบริการ iGoogle เองก็ยังได้เพิ่มแก็ดเจ็ตที่สามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์เครือข่ายสังคมได้อีกด้วย 

เมืองไทยสู่สายตาชาวโลก Google ภาพถ่ายสตรีทวิวใหม่



Self-Driving Car หรือ "รถยนต์ขับเอง" ของ Google ทำงานได้น่าทึ่งมากๆ ซึ่งจากในวิดีโอความเร็ว และการควบคุมการเลี่ยว หรือจอดในช่อง ทุกอย่างแทบจะไม่ต่างจากการขับขี่ด้วยคนปกติ Steve Mohan ถึงกับออกปากว่า มันเป็นประสบการณ์ในการขับรถที่เขาชอบมากๆ เพราะไม่ต้องทำอะไรเลย ทั้งๆ ที่นั่งอยู่ในเบาะคนขับ Google นำคลิปวิดีโอนี้ขึ้นไปบน YouTube เมื่อวานนี้ ฉลองความสำเร็จในการทดสอบรถยนต์ขับเองที่ได้ลองวิ่งเป็นระยะทางกว่า 200,000 ไมล์แล้ว หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์จริงๆ เห็นแล้วอดนึกถึงภาพยนตร์ไซไฟ หรือการ์ตูนญี่ปุ่นในอดีตจริงๆhttp://www.youtube.com/watch?v=cdgQpa1pUUE&feature=player_embedded#!
ภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศา และภาพถ่ายสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมใช้งานแล้วบน Google แผนที่สำหรับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว



ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต คงรู้จัก กูเกิล เสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่เป็นอย่างดี ในด้านของการบริการค้นหาข้อมูล ที่เรียกได้ว่า สามารถให้คำตอบกับผู้ใช้ได้ในทุกเรื่อง แต่จะมีใครซักกี่คนที่ทราบถึงประวัติความเป็นมาการพัฒนาเกี่ยวกับบริการเสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิล ซึ่งล่าสุด กูเกิลได้โพสต์วิดีโอ ชื่อ The Evolution of Search ความยาว 6 นาที ซึ่งบอกถึงประวัติการพัฒนาของกูเกิล ตั้งแต่จากเริ่มต้นการให้บริการ จนไปถึงการพัฒนาในอนาคต
The Evolution of Search เป็นคลิปวิดีโอ ซึ่งบ่งบอกถึงเป้าหมายของ กูเกิล คือ การได้รับคำตอบในเรื่องที่กำลังค้นหาได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเด็นที่สงสัยและข้อมูลที่ค้นหา โดยไม่จำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับฟีเจอร์การค้นหาล่าสุดเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ดังกล่าว เพียงแค่พิมพ์ข้อความลงในช่องตามปกติ และค้นหาคำตอบที่คุณต้องการ นอกจากนี้ วิดีโอนี้ยังบอกถึงการพัฒนาของเสิร์ชเอ็นจิ้น เช่น การค้นหาโดยรวม (Universal Search) จะแสดงผลลัพธ์ต่างๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสาร นอกเหนือจากเว็บเพจ ซึ่งจะช่วยให้ค้นหาข้อมูลชนิดต่างๆ ได้ในที่เดียว การปรับปรุงเครื่องมือค้นหาให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถค้นหาผลิตภัณฑ์ สถานที่ หนังสือ แผนที่ ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้คำตอบที่รวดเร็ว (Quick Answers) เพียงแค่ถามเรื่องที่อยากรู้ ทั้งตารางเวลาสายการบิน ผลการแข่งขันกีฬา รายงานสภาพอากาศ
นอกจากนี้ ภายในวิดีโอ ยังบอกถึงการพัฒนาในการค้นหาข้อมูลที่รวดเร็วและประหยัดเวลา เช่น เพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาด้วย google Instant เพียงแค่พิมพ์คำที่ต้องการค้นหาเท่านั้น ข้อมูลการค้นหาก็จะขึ้นมาให้เห็นโดยทันที และ Voice Search ช่วยในค้นหาข้อมูลผ่านโทรศัพท์ Voice Search สำหรับผู้ที่สนใจเนื้อหาของ The Evolution of Search สามารถเข้าไปได้ที่ Official Google Blog Official Google Thailand Blog หรือผ่านทางยูทูบ

http://maps.google.co.th/maps?hl=th&ll=13.0376,101.491373&spn=21.290275,43.286133&t=m&z=5

iphone 5

 iphone 5 ซึ่งมีข่าวว่า Apple จะเริ่มผลิต iphone 5 ในเดือนพฤษภาคมนี้ และคาดว่าน่าจะเปิดตัว ในงาน WWDC 2011 (Apple Worldwide Developers Conference) ที่จะจัดขึ้นในเดือน มิถุนายนนี้
คาดว่าผู้รับหน้าที่ผลิต iphone 5 ยังคงเป็น Foxconn อีกเช่นเดิม และ Apple ยังได้เพิ่มโรงงานผลิตชึ้นส่วน ที่ไต้หวัน และจีนอีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีข่าว ว่า Apple จะเพิ่มเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะสั้นที่เรียกว่า NFC (Near Field Communication) เข้าไปอีกด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถโอนถ่ายข้อมูลจาก Mac ไปไว้ใน iphone 5 ทำให้เปรียบเสมือนว่า iphone 5 เป็นเครื่อง Mac ขนาดพกพาเลยทีเดียว
นักวิเคราะห์มองว่า การพัฒนา iphone 5 ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาได้แก่
  • iOS 5 : เป็นที่คาดหวังว่า iOS 5 จะมาแน่นอนใน iphone 5 นี้
  • 4G network compatible : รองรับเครือข่าย 4G ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งไม่มีใน iphone 4 แต่จะมาพัฒนาใน iphone 5 แน่นอน แต่ในไทยไม่รู้จะได้ใช้เมื่อไหร่
  • Better battery life : แบตเตอรี่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น ทำให้ใช้งานได้นานขึ้น 40%
  • 3D graphics : ปรับปรุงเรื่อง 3D กราฟฟิค ให้มีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1156×768 pixels
  • A4 Dual-core processor : โปรเซสเซอร์ A4 1.5 GHz จากเดิมใน iphone 4 ใช้ A4 1 GHz
  • Better camera : กล้องความละเอียด 8 megapixels จากเดิมใน iPhone 4 พัฒนามาที่ 5 megapixels
  • Flash support : iphone 5 อาจจะมี Flash เพิ่มขึ้นมา แม้ว่ามันจะกินทรัพยากรเครื่องมาก็ตาม แต่หลายๆคนก็ยังอยากให้มี
  • FaceTime 4G : Video chat ผ่านเครือข่าย 4G ซึ่งจะเพิ่มขึ้นมาใน iphone 5
  • Proved home screen : ปรับปรุง Home Screen ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ หลังจากไม่ว่า iphone รุ่นไหนก็หน้าตาแบบเดิมๆ
  • More memory : เพิ่มหน่วยความจำให้มากขึ้นเป็น 64GB
  • RFID : ดูเหมือนว่า Apple จะเพิ่ม RFID (radio-frequency identification) ลงไปใน iphone 5 อีกด้วย
  • HD output : iphone 5 อาจจะมาพร้อมกับการเพิ่ม output 720p หรือ 1080i HD ซึ่งแสดงผลผ่านทาง HDMI
  • Biometric security : ระบบสแกนลายนิ้วมือเหมือนที่อยู่ใน Notebook หลายๆรุ่น
  • Built-in IR : ช่องอินฟราเรดที่ไว้สำหรับทำให้ iphone 5 เป็น รีโมททีวีก็เป็นได้
สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆใน iphone 5 ถึงจะมีไม่ครบดังกี่กล่าว แต่อาจจะมีการพัฒนาใน iphone รุ่นอนาคต  ราคาเปิดตัว iphone  5 ขนาด 32GB ประมาณ $599 และ 64GB  ประมาณ $699

เมืองไทยสู่สายตาชาวโลก Google ภาพถ่ายสตรีทวิวใหม่

ภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศา และภาพถ่ายสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมใช้งานแล้วบน Google แผนที่สำหรับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวhttp://maps.google.co.th/maps?hl=th&ll=13.0376,101.491373&spn=21.290275,43.286133&t=m&z=5